• Advertisement

Moderator Control Panel ]

สายสัมพันธ์ใกล้ชิด วัฒนธรรมไทย-สิบสองปันนา

บทความท่องเที่ยว เชียงราย สิบสองปันนา (เชียงรุ่ง) เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
  • Ads

สายสัมพันธ์ใกล้ชิด วัฒนธรรมไทย-สิบสองปันนา

โพสต์โดย Sam » อาทิตย์ พ.ย. 08, 2009 7:46 am



คืนวันที่ 7 พ.ย. 52 เวลา 20.30 น. รายการทันโลกกับคุณชัยรัตน์ ถมยา ทางช่องไทยพีบีเอส (TPBS) ได้นำเสนอเรื่องราวที่ผู้แทนพระองค์ของไทยได้นำขบวนกฐินพระราชทานจากในหลวงของชาวไทยไปทอดถวายในวัดของเมืองสิบสองปันนา (เชียงรุ่ง) ตามแนวพระราโชบายการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกันกับของคนไทยเรา

การนำเสนอเรื่องราวทำให้ได้เห็นและรับรู้ถึงความปลาบปลื้มยินดีของชาวเมืองสิบสองปันนาที่ได้รับพระราชทานพระไมตรีจากในหลวงผ่านผู้แทนพระองค์ที่เป็นผู้นำขบวนกฐินพระราชทานมาในการครั้งนี้

นอกจากนี้ รายการยังได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับผลกระทบของความเจริญที่กำลังคืบคลานเข้าสู่หัวใจของคนรุ่นใหม่ในเมืองสิบสองปันนา ซึ่งชนส่วนใหญ่เป็นชาวไทลื้อและมีชาติพันธ์ ภาษา และวัฒนธรรม เป็นของตัวเองที่เด่นชัด อย่างไรก็ตาม ความเจริญในเมืองสิบสองปันนาที่ขับเคลื่อนโดยเศรษฐกิจจากจีน ทำให้เกิดภาวะแรงกดดันต่อคนรุ่นใหม่ของสิบสองปันนา ที่ต้องเรียนภาษาจีนเพื่อตอบสนองความต้องการในเชิงเศรษฐกิจ และในขณะเดียวกันก็ต้องเรียนภาษาไทลื้อ ซึ่งเป็นภาษาถิ่นพื้นเมืองของตน การแข่งขันกันระหว่าง ภาษาจีนเชิงเศรษฐกิจ และภาษาไทลื้อในเชิงอัตลักษณ์ของชนเผ่า ยังเป็นที่น่าจับตามองถึงความเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคต ว่าชาวไทลื้อจะสามารถต้านแรงกดดันเชิงเศรษฐกิจ และสามารถรักษาภาษาและวัฒนธรรมของตนได้ต่อไปอย่างไร


ตอนท้ายของรายการได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ เจ้าหม่อมคำลือ ซึ่งเป็นกษัตริย์ องค์สุดท้ายของอาณาจักรสิบสองปันนา ในวัย 82 ปี

รายการทันโลกกับคุณชัยรัตน์ ถมยา ตอนเจ้าหม่อมคำลือ มีเนื้อหาที่น่าสนใจทั้งในเชิงการเจริญความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสิบสองปันนาที่มีความเหมือนและคล้ายคลีงกันอย่างมากทั้งในด้านชาติพันธุ์ ภาษาและวัฒนธรรม


Sam
Site Admin
 
โพสต์: 1786
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ มี.ค. 11, 2007 9:03 pm
ที่อยู่: เชียงราย

เจ้าหม่อมคำลือ กษัตริย์องค์สุดท้ายสิบสองปันนา

โพสต์โดย Sam » อาทิตย์ ธ.ค. 20, 2009 6:59 am

ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2552 ทางกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้อัญเชิญ “กฐินพระราชทาน” ไปทอดถวาย ณ วัดราชฐานเมืองลวง แคว้นปกครองชนชาติตนเองไทสิบสองปันนา มณฑล ยูนนาน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ซึ่งทีม “วิถีชีวิต” มีโอกาสร่วมคณะไปด้วย ซึ่ง ทริปนี้นอกจากพิธีทางพุทธศาสนาแล้ว อีก 1 กิจกรรมที่น่าสนใจคือ การเข้าเฝ้า “เจ้าหม่อมคำลือ” ซึ่งถือเป็น “กษัตริย์องค์สุดท้ายของอาณาจักรไทลื้อ” แคว้นปกครองชนชาติตนเองไทสิบสองปันนา

“เจ้าหม่อมคำลือ” ปัจจุบันพำนักในบ้านพักที่รัฐบาลจีนจัดให้ ในเขตจินนิ่วเสี่ยวชี เมืองคุนหมิง พร้อมด้วยภริยา และบุตรสาวคนโตและลูกเขย เจ้าหม่อมคำลือเป็นราชบุตรของ เจ้าหม่อมแสนเมือง ซึ่งเป็นอนุชาของพระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อน ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อนนั้นมีศักดิ์เป็นอาของเจ้าหม่อมคำลือ แต่พระองค์ท่านเองไม่มีบุตร จึงได้ขอเจ้าหม่อมคำลือเป็นราชบุตรบุญธรรม

เจ้าหม่อมคำลือเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1928 และไปเรียนหนังสือที่เมืองจุงกิงเมื่ออายุ 16 ปี จนถึงปี ค.ศ. 1944 ได้เข้า “พิธีฮับเมือง” แต่ในช่วงนั้นเกิด สงครามมหาเอเชียบูรพา (ค.ศ. 1939-1945) พิธีฮับเมืองจึงไม่สมบูรณ์ ท่านได้กลับไปเรียนหนังสือ และกลับมาทำพิธีฮับเมืองครั้งที่สอง เมื่อ ค.ศ. 1948 ขณะอายุ 20 ปี

อย่างไรก็ตาม ช่วงนั้นได้เกิดการ เปลี่ยนแปลงการปกครองภายในประเทศจีน ราวปี ค.ศ. 1949-1950 ท่านจึงกลายเป็น “กษัตริย์องค์สุดท้าย” โดยเปลี่ยนฐานันดรศักดิ์จากกษัตริย์เป็นสามัญชน โดยที่ยังมิได้บริหารราชการแผ่นดินเลย เนื่องจากหลังจากทำพิธีฮับเมืองครั้งแรกแล้วท่านได้แต่งตั้งให้เจ้าหม่อมแสนเมือง พระราชบิดาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จากนั้นท่านก็ไปเรียนหนังสือต่อ

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ท่านได้เรียนหนังสือในระดับมหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยยูนนาน และได้แต่งงานกับ สิว์ จิ๊ว เฟิน ชาวจีนคุนหมิง ในปี ค.ศ.1953 ก่อนที่จะทำงานเป็นนักวิจัยด้านภาษาศาสตร์ อีก 8 ปี ที่สถาบันวิจัยชนชาติส่วนน้อยแห่งชาติ สังกัดสภาวิทยาศาสตร์ประเทศจีน ในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

ต่อมาเจ้าหม่อมแสนเมืองได้ขอให้รัฐบาลจีนย้ายทั้งสองกลับมาที่คุนหมิง โดยมาทำงานเป็นนักวิจัยด้านภาษาซึ่งรวมถึงอักษรไทลื้อ จนกระทั่ง ในปี ค.ศ. 1971 รัฐบาล จีนมีคำสั่งให้เจ้าหม่อมคำลือและภรรยาไปทำงานในชนบททำงานในสวนอ้อยใน อ.เชียงกุ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของสิบสองปันนา เป็นเวลานาน ถึง 9 ปี

การใช้เวลาในสวนอ้อยนี้ สิว์ จิ๊ว เฟิน เล่าว่า สามารถพกหนังสือหรือตำราเข้าไปอ่านได้ด้วย และหลังจาก เติ้ง เสี่ยว ผิง ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของจีนแล้ว เห็นว่านโยบายเอียงซ้าย นโยบายที่ให้เจ้านายไปใช้แรงงานในชนบท เป็นนโยบายที่ผิดพลาด ดังนั้นเจ้าหม่อมคำลือและภรรยาจึงมีโอกาสกลับคุนหมิง โดยทำงานเป็นนักวิจัยที่สถาบันวิจัยชนชาติในมหาวิทยาลัยชนชาติยูนนาน จนกระทั่งเกษียณอายุ โดยมีคุณวุฒิทางวิชาการคือ “ศาสตราจารย์”

อย่างไรก็ดี หลังจากเกษียณอายุแล้ว ทางการจีนได้ให้ฐานะทางสังคมแก่ เจ้าหม่อมคำลือในฐานะเจ้านายเก่าคือเป็น รองประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองระดับมณฑล และ กรรมการสภาที่ปรึกษาการเมืองแห่งชาติ ซึ่งมีที่พักและรถประจำตำแหน่งให้ แต่ปัจจุบันท่านก็ได้เกษียณจากทุกตำแหน่งแล้ว

ปัจจุบันเจ้าหม่อมคำลือมีอายุ 82 ปี อาศัยอยู่ในเมืองคุนหมิง ประเทศจีน มีบุตร 4 คน เป็นชาย 2 หญิง 2 ซึ่งรับราชการทั้งหมด ชีวิตที่เมืองคุนหมิงของท่านเป็นชีวิตที่เรียบง่ายและสงบ แม้ว่าจะมีโรคประจำตัวคือโรคเกาต์ แต่ท่านก็ยังดูสุขภาพดี เช่นเดียวกับภรรยาของท่านในวัย 80 ปี ที่ก็ยังแข็งแรงดี ทั้งนี้ เจ้าหม่อมคำลือมีพระอนุชาชื่อ เจ้าหม่อมมหาวัง อยู่ที่แม่สาย จ.เชียงราย ของไทย แต่ปัจจุบันก็สิ้นแล้ว คงเหลือแต่ลูก ๆ ซึ่งอยู่ที่แม่สายและรวมถึงในกรุงเทพฯ ที่ใช้นามสกุล “คำลือ” เพื่อเป็นที่ระลึกถึง “เจ้าหม่อมคำลือ” “กษัตริย์องค์สุดท้ายของอาณาจักรไทลื้อ”

สิบสองปันนา อาณาจักรไทเดิม-ศักดินาจารีต

แคว้นปกครองชนชาติตนเองไทสิบสองปันนา ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ปัจจุบันนี้ ในอดีตเป็น “หอคำเชียงรุ่ง” เป็นอาณาจักรไทลื้อที่ปกครองด้วยระบบศักดินาแบบจารีตที่มีเจ้าแผ่นดินไทเป็น ประมุข เชียงรุ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอาณาจักรไทเดิมในภูมิแหลมทองตอนบน

ต่อมาอาณาจักรล้านนา ล้านช้าง โกสัมพี (ใต้คง) แสนหวี เชียงตุง ฯลฯ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงตาม ๆ กัน โดยล้านนาได้ถูกผนวกเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศไทย ล้านช้างตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส แสนหวี เชียงตุง ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ โกสัมพีถูกสำนักราชวงศ์หมิงของจีนยุบอาณาจักร

มีแต่หอคำเชียงรุ่งที่แม้ว่าตกอยู่ใต้อาณัติของจีน แต่จีนก็อนุญาตให้เจ้าแผ่นดินเชียงรุ่งปกครองตามระบอบศักดินาเหมือนเดิม จนกระทั่งถึงยุคที่จีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบสังคมนิยม

หอคำเชียงรุ่ง สถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1703 ถูกเปลี่ยนการปกครองเมื่อปี พ.ศ. 2493 โดยในกาลเวลา 790 ปีนั้นหอคำเชียงรุ่งอยู่ภายใต้การปกครองของ “ราชวงศ์พญาเจือง” หรือ “ราชวงศ์อารยะโวสวนตาน” ถึงแม้เคยเกิดการสู้รบแก่งแย่งอำนาจการสืบราชสมบัติภายในเชื้อพระวงศ์ แต่ราชสำนักที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็ยังเป็นราชวงศ์พญาเจือง โดยมิได้เปลี่ยนแปลงเป็นราชวงศ์อื่นใดเลย

ดังนั้น “หอคำเชียงรุ่งที่มีประวัติยาวนาน 790 ปี ถือเป็นอาณาจักรไทเดิมหนึ่งเดียวที่มีระบอบศักดินาแบบจารีตยาวนานที่สุดในแหลมทอง”

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : รายงาน http://dailynews.co.th
Sam
Site Admin
 
โพสต์: 1786
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ มี.ค. 11, 2007 9:03 pm
ที่อยู่: เชียงราย


ย้อนกลับไปยัง Tourism Articles: เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron

185/8 หมู่ 4 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย 57100
โทร. 081-8854644 (หนุ่ย) E-mail: booking@ichiangrai.com Website: www.ichiangrai.com
จองโรงแรมเชียงราย | ทัวร์เชียงรายเช่ารถตู้เชียงราย | เชียงตุง-เมืองลา | สิบสองปันนา | เชียงของ-หลวงพระบาง