• Advertisement

Moderator Control Panel ]

เมืองลา ลาสเวกัสแห่งสามเหลี่ยมทองคำ

บทความท่องเที่ยว เชียงราย สิบสองปันนา (เชียงรุ่ง) เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
  • Ads

เมืองลา ลาสเวกัสแห่งสามเหลี่ยมทองคำ

โพสต์โดย ichiangrai » จันทร์ ธ.ค. 01, 2014 8:06 pm

รูปภาพรูปภาพ
เช้าตรู่ของเดือนสิงหาคมปี 2550 รถยนต์พาเราออกจากตัวเมืองเชียงตุง รัฐฉาน มุ่งหน้าสู่เมืองลา ชายแดนทางทิศตะวันออกติดมณฑลยูนนานที่อยู่ห่างออกไป 90 กิโลเมตร ระหว่างทางที่คดเคี้ยวโอบล้อมด้วยภูเขาเขียวขจี มีหมู่บ้านชาวไตขืนและไตลื้อปรากฏให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ แม้ความเจริญจะพยายามแทรกซึมเข้ามายังชุมชน(สังเกตได้จากจานรับสัญญาณดาว เทียมบนหลังคาเกือบทุกบ้าน) แต่ผู้คนก็ยังคงนิยมสร้างบ้านเรือนตามแบบฉบับดั้งเดิมกันอยู่ ไม่ไกลนัก มีแม่น้ำเล็กๆ สายหนึ่งที่นอกจากจะหล่อเลี้ยงพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านแล้วยังทำหน้าที่ เป็นสปาประจำหมู่บ้านของเจ้าทุยอีกด้วย ที่เรียกอย่างนั้นเพราะมีฝูงควายนอนแช่น้ำสบายใจอยู่เต็มไปหมด เราแวะพักอิริยาบถและสูดอากาศบริสุทธิ์บนเนินเขา โดยมีเสียงเพลงของชาวอาข่าจากยอดดอยใกล้ๆ แว่วมาตามสายลมที่พัดโชยมาเป็นระยะๆ

ธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนที่ได้สัมผัสตลอดสองข้างทางงดงามเกินกว่าจะ เชื่อว่า นี่คือเส้นทางไปยังเมืองลา ดินแดนโลกีย์ที่ถูกขนานนามว่า "ลาสเวกัสแห่งสามเหลี่ยมทองคำ"

"ลงไปถ่ายรูปทหารรอก็ได้นะ" จา ยโหลง คนขับรถชาวไทยใหญ่ หันมาบอกก่อนที่จะลงไปจ่ายเงินค่าผ่านด่านสำหรับนักท่องเที่ยวที่ป้อมทหาร เราแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เพราะตั้งแต่เดินทางเข้าพม่าก็มักจะถูกไกด์ห้ามถ่ายรูปสถานที่ราชการ ทหาร หรือแม้แต่สถานศึกษาอยู่ตลอดเวลา เรารีบลงรถและกระหน่ำกดชัตเตอร์เก็บภาพทหารหนุ่มที่เดินผ่านมาแบบไม่ยั้ง

อันที่จริงแล้วทหารเหล่านี้ไม่ใช่ทหารพม่า แต่เป็นทหารของกองกำลังสัมพันธมิตรชาติประชาธิปไตยภาคตะวันออกรัฐฉาน หรือ NDAA ซึ่งเป็นกลุ่มที่ลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลพม่าเมื่อปีพ.ศ. 2532 โดยรัฐบาลพม่าให้สิทธิในการปกครองตนเองภายใต้ชื่อ เขตปกครองพิเศษ 4 มีเมืองลาเป็นศูนย์บัญชาการ ว่ากันว่าในอดีตแต่เก่าก่อน เมืองลาแห่งนี้เคยเป็นสถานที่พักลาของบรรดาพ่อค้าที่บรรทุกสินค้าเข้าออกชาย แดนจีน-รัฐฉาน จึงเป็นที่มาของชื่อ "เมืองลา" จนถึงทุก วันนี้ เมืองชายแดนอันเงียบสงบแห่งนี้เป็นที่อาศัยของผู้คนหลายชนเผ่า ไม่ว่าจะเป็น ไทยใหญ่ อาข่า ลาหู่ คะฉิ่น ไทลื้อ ไทขืน เป็นต้น นอกจากนี้ยังเคยเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเชียงตุงก่อนที่ความบริสุทธิ์จะถูก ทำลายโดยน้ำมือของจายลืน หรือ หลินหมิ่งเสียน ผู้นำของ NDAA นั่นเอง

ก่อนถึงตัวเมืองลาเพียงไม่กี่นาที รถจี๊ปคันเดิมเลี้ยวเข้าไปยังสถานที่ แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยอาคารปูนชั้นเดียว ประดับไปด้วยโคมไฟสีแดงแบบจีน ด้านนอกมีรถยนต์ที่ข้ามแดนมาจากจีนจอดเรียงรายเต็มไปหมด แอร์เย็นเฉียบปะทะเข้ากับใบหน้าเมื่อเปิดประตูเข้าไป ผู้คนยืนล้อมหน้าแผงสี่เหลี่ยมสีแดงที่ตั้งเรียงรายอยู่ทั่วห้อง บนแผงทำเป็นชั้นๆ เหมือนขั้นบันไดเล็กๆ 5 ขั้น ขั้นบนสุดมีลูกเต๋า 3 ลูกวางเรียงกันอยู่ นักพนันวางเงินในช่องเสี่ยงทายสูงต่ำบนโต๊ะก่อนที่จะกระตุกเชือกให้ลูกเต๋า ร่วงลงมา เจ้าหน้าที่ใช้ไม้ยาวๆ คอยกวาดเงินส่งให้นักพนันที่ดวงขึ้น และกวาดเงินจากคนที่โชคร้ายลงกระบะอย่างรวดเร็วจนมองตามแทบไม่ทัน

นับตั้งแต่ได้สิทธิในการปกครองตนเองจากรัฐบาลพม่า จายลืนได้เปิดให้มีการค้าฝิ่นเสรีซึ่งทำให้เงินสะพัดมหาศาล เขามีธุรกิจยาเสพติดเป็นของตัวเองซึ่งกิจการดีจนกลายเป็นหนึ่งในพ่อค้ายาเสพ ติดรายใหญ่ที่รัฐบาลสหรัฐหมายหัว ในเวลาเดียวกัน บ่อนกาสิโน ไนต์คลับ โรงแรมและสถานบันเทิงต่างพากันผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด รวมไปถึงธุรกิจการขายบริการทางเพศ ทั้งประเภทแอบแฝงและเปิดเผย เมืองลาในเวลานั้น เรียกได้ว่า เป็นศูนย์กลางธุรกิจด้านมืดทุกประเภท ทั้งยาเสพติด บ่อนการพนัน และการค้ากาม และนั่นก็ทำให้เมืองลาเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี/เอดส์ มากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเป็นของแถม

ทว่า การทำธุรกิจที่ผิดกฎหมายและขัดต่อศีลธรรมย่อมไม่จีรังยั่งยืน นักธุรกิจจีนที่เปิดบ่อนในเมืองลาหวังโกยเงินกลับประเทศ สุดท้ายกลายเป็นว่า นักเสี่ยงโชคจากจีนพากันข้ามชายแดนมาเล่นพนันจนหมดเนื้อหมดตัว เดือดร้อนรัฐบาลจีนต้องสั่งคนของตัวเองกลับประเทศและห้ามคนจีนค้างคืนใน เมืองลา ประกอบกับแรงกดดันจากนานาชาติที่ทำให้จายลืนต้องประกาศให้เมืองลาเป็นเขต ปลอดยาเสพติด และนับจากนั้นเมืองลาก็ค่อยๆ ซบเซาลง เศรษฐกิจขึ้นๆ ลงๆ เพราะทางฝั่งจีนมีการเปิดและปิดด่านอยู่บ่อยครั้ง

ในช่วงเวลา ไม่ถึง 5 นาทีที่เราอยู่ในบ่อน มีกองเงินถูกกวาดเข้ากระบะเจ้ามือกระบะเดียวอย่างน้อยก็หลายพันหยวน นี่ขนาดเป็นช่วงเศรษฐกิจขาลง ถ้าเป็นช่วงที่เมืองนี้บูมสุดๆ เงินจะสะพัดมหาศาลขนาดไหน แต่เงินเหล่านี้ส่วนใหญ่เข้าไปอยู่ในกระเป๋าบรรดานายทุนระดับบิ๊กๆ เท่านั้น ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงยากจนเหมือนเดิม ที่แย่ไปกว่านั้นคือหลายคนตกเป็นทาสยาเสพติด ติดการพนันและที่โชคร้ายติดเชื้อเอชไอวีก็มีจำนวนไม่น้อย

ถนนที่ราบเรียบและอาคารบ้านเรือนแบบจีนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเรามาถึงตัวเมืองลา แล้ว องค์เจดีย์สีทองของวัดจินต๊ะบนยอดเขาสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ เจดีย์ประจำเมืองแห่งนี้มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ชี้นิ้วไปยังตัวเมืองลาเพราะคน ที่นี่มีความเชื่อว่า หากพระพุทธรูปชี้นิ้วไปยังที่ใด ที่นั่นจะมีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง หากขึ้นไปยืนอยู่บริเวณรอบเจดีย์จะมองเห็นชายแดนฝั่งจีน อีกฝั่งหนึ่งของเจดีย์จะเห็นอาคารบ้านเรือนที่รายล้อมไปด้วยภูเขาเขียวชอุ่ม ในช่วงกลางวันเช่นนี้เมือง

ทั้งเมืองดูเงียบสงบราวกับเด็กน้อยที่กำลังหลับใหล มีเพียงเสียงเพลงจากรถบรรทุกเล็กๆ คันหนึ่งดังก้องไปทั่วทั้งเมือง ถ้าจายโหลงไม่บอกเสียก่อนว่าเป็นรถขยะ เราอาจเผลอไปโบกได้เพราะนึกว่ารถขายไอศกรีมก็บ้านเรามีแต่รถขายไอศกรีมเท่า นั้นที่เปิดเพลงน่ารักขนาดนี้

พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ จนลับเหลี่ยมเขาไปในที่สุด แม้กลางวันจะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่ชีวิตในเมืองลาดูเหมือนเพิ่งจะเริ่มต้น ท้องฟ้าสีดำสนิทถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟนีออนระยิบระยับไปทั่วเมือง ร้านค้าคาราโอเกะเปิดเพลงเสียงดังลั่นเพื่อเรียกลูกค้า ผู้คนเริ่มออกมาเดินท่องราตรีกันขวักไขว่ แตกต่างจากช่วงกลางวันโดยสิ้นเชิง แม้จะเป็นช่วงเศรษฐกิจขาลง แต่ก็ยังคงมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาอยู่เสมอ

ห้องแถวที่ตั้งเรียงรายอยู่เกือบยี่สิบห้องถูกประดับไปด้วยแสงไฟสลัว แต่ละห้องมีสาวแรกรุ่นนุ่งน้อยห่มน้อย บ้างก็หยิบตลับแป้งขึ้นมาเติมส่วนที่พร่องและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่หน้ากระจก บ้างก็จับกลุ่มเล่นไพ่รอแขกผู้มาเยือน ไม่นานนัก รถเก๋งคันหนึ่งชะลอความเร็วและจอดอยู่หน้าห้องแถว เพียงไม่กี่วินาที รถคันนั้นก็ถูกล้อมไปด้วยบรรดาสาวๆ ท่ามกลางความมืด สักพักคนในรถจึงเปิดรับหนึ่งในบรรดาหญิงสาวเหล่านั้นและแล่นออกไปช้าๆ

นอกจากบริเวณห้องแถวที่ขายบริการกันอย่างเปิดเผยแล้ว บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำกลางเมืองยังเป็นแหล่งหากินของหญิงสาวบริการอิสระที่ ไม่สังกัดร้านใด หรือที่จายโหลง คนขับรถของเราเรียกว่า "ผี" เพราะชอบเดินตะคุ่มๆ อยู่ในความมืด แม้จะเป็นอาชีพที่น่าอับอายและเสี่ยงต่อการติดโรค ทว่า เด็กสาวจำนวนไม่น้อยทั้งจากพม่า จีน หรือแม้กระทั่งรัสเซียที่ถูกเศรษฐกิจบีบคั้นยอมเสี่ยงชีวิตเข้ามาทำงานขาย บริการที่นี่อย่างต่อเนื่อง

นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน นั่นอาจเป็นเวลาที่หมู่บ้านหลายแห่งในพม่าต้องกลับสู่ความมืดเพราะทางการหมด เวลาจ่ายกระแสไฟฟ้า แต่ที่นี่ เสียงเพลงคาราโอเกะภาษาจีนยังคงดังอย่างต่อเนื่อง เมืองทั้งเมืองยังคงสว่างไสวและจะเป็นเช่นนี้ไปจนถึงรุ่งเช้า

แสงสีทองยามเช้าเริ่มจับขอบฟ้า ตลาดเช้าของเมืองลาคลาคล่ำไปด้วยผู้คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่ค้าที่นำพืชผลทาง การเกษตรมาจำหน่าย ทั้งผักสดนานาชนิด ผลไม้ เนื้อสัตว์ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ทั่วโลกโดยเฉพาะบรรดานักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสัตว์ ป่ารู้จักชื่อเมืองลานั่นก็คือ สัตว์ป่าหายากที่วางขายกันเกลื่อนเหมือนผักปลา มีทั้งแบบเป็นชิ้นส่วน เช่น เขา เขี้ยว และหนัง หรือมาแบบทั้งเป็นตัวๆ ที่ตายแล้ว และตัวเป็นๆ ที่ดิ้นได้อยู่ในกรง ไม่ว่าจะเป็นหมี ลิง ชะนี นก งู และอื่นๆ อีกมากมายตามฤดูกาล ซึ่งลูกค้าที่ซื้อสัตว์ป่าส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนที่เชื่อว่า การรับประทานสัตว์เหล่านี้จะทำให้ร่างกายแข็งแรงและสามารถรักษาโรคบางชนิด ได้ ในแต่ละปี สัตว์ป่าในเขตพม่าถูกสังเวยชีวิตเพื่อนำไปขึ้นโต๊ะอาหารยังประเทศจีนแล้วนับ ไม่ถ้วน ว่ากันว่า การค้าสัตว์ป่าขึ้นมาอยู่อันดับหนึ่งแทนที่บ่อนกาสิโนที่ตกลงไปเรื่อยๆ

ไอร้อนจากแสงแดดเพิ่มดีกรีขึ้นตามเวลาที่ล่วงเลย คนขับรถพาเราแวะชมฟาร์มหมีก่อนเดินทางกลับไปยังเชียงตุง กลิ่นเหม็นสาบคละคลุ้งไปทั่วบริเวณนอกอาคารขนาดใหญ่ที่ใช้เลี้ยงหมีชวนให้ ปวดหัว อาคารหลังนี้มีสภาพค่อนข้างทรุดโทรมไม่ได้รับการดูแล ภายในมีกรงหมีประมาณ 10 กรง ขนาดใหญ่พอดีสำหรับหมีหนึ่งตัวและยกสูงจากพื้น ในวันนั้นมีหมีอยู่ประมาณ 5 ตัว

นี่ ต้องไม่ใช่ฟาร์มเลี้ยงหมีธรรมดาแน่ๆ และแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบเห็นมาก่อนในชีวิตก็เกิดขึ้นตรงหน้า เมื่อเจ้าหน้าที่สวมถุงมือยางแบบที่ใช้ในโรงพยาบาลและใช้เข็มฉีดยาขนาดยักษ์ ลอดใต้กรง แทงทะลุเข้าไปยังท้องน้อยของหมีเพื่อดูดเอาน้ำดีนำไปแปรรูปเป็นยาเสริม สมรรถภาพ(ทางเพศ) สัตว์ป่าที่เคยดุร้ายตอนนี้ทำได้เพียงส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความทุกข์ทรมาน และนั่งนิ่งๆ อยู่ในกรงอย่างไร้ทางสู้ พวกมันรู้ดีว่าหากขัดขืนอาจต้องพบกับความเจ็บปวดที่มากกว่านี้หลายเท่า

"เมื่อก่อนนี้มีเป็นร้อย..ตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้ว" จายโหลงบอก เรารีบออกจากที่นั่นและเดินทาง กลับทันทีก่อนที่จะเป็นลมไปเสียก่อน

รถยนต์ค่อยๆ แล่นออกจากเมืองลาอย่างไม่รีบร้อน มองเห็นเจดีย์สีทองค่อยๆ ลับสายตาไปทีละน้อย เราเดินทางลัดเลาะภูเขามาตามเส้นทางเดิม ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม เมฆดำ ทะมึนตอกย้ำความรู้สึกหดหู่ให้ทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก ความชุ่มชื่นเขียวขจีและความสวยงามของวิถีชีวิตสองข้างทางที่เราประทับใจ เมื่อวันก่อนไม่สามารถลบล้างภาพความโหดร้ายและเสียงร้องโหยหวนที่ยังคงดัง ก้องอยู่ในหัวให้จางหายไปได้แม้แต่น้อย

แม้สงครามทางการทหารจะจบลงไปแล้วด้วยสัญญาหยุดยิง แต่ผู้คนในเมืองลา กลางหุบเขาแห่งนี้ยังคงตกเป็นเหยื่อของการพัฒนาด้านวัตถุและกำลังเผชิญกับ สิ่งที่อาจเลวร้ายกว่าสงครามหลายเท่า.

ข้อมูลอ้างอิง
- เศรษฐกิจ "กลุ่มหยุดยิงเมืองลา" ทรุด หลังจีนสั่งปิดด่านชายแดน, 23 ก.พ.52, สำนักข่าว S.H.A.N.
- Mongla bounces back , 14 มี.ค. 52 , สำนักข่าว S.H.A.N.
- Mong La: Burma's City of Lights โดย Joan Williams มกราคม 2545 สำนักข่าว Irrawaddy

เมื่อท่านเดินทางมาเชียงรายอย่าลืมใช้บริการ เช่ารถตู้เชียงราย และ เช่ารถตู้เชียงรายพร้อมคนขับ ทีมงานไอเชียงราย คนท้องถิ่นเชียงราย สุภาพ ใจบริการเกินร้อย :: บริษัท ไอเชียงราย จำกัด :: เลข ที่ 185/8 หมู่ 4 ต. ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย 57100 สายด่วนจองทัวร์ (หนุ่ย) 081-8854644 (ใบอนุญาตนำเที่ยวในและต่างประเทศเลขที่ 21-00512) แฟกซ์: 053-152141 อีเมล์: booking@ichiangrai.com เวบไซต์: http://www.ichiangrai.co.th


ภาพประจำตัวสมาชิก
ichiangrai
 
โพสต์: 154
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ต.ค. 15, 2014 8:15 am

ย้อนกลับไปยัง Tourism Articles: เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron

185/8 หมู่ 4 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย 57100
โทร. 081-8854644 (หนุ่ย) E-mail: booking@ichiangrai.com Website: www.ichiangrai.com
จองโรงแรมเชียงราย | ทัวร์เชียงรายเช่ารถตู้เชียงราย | เชียงตุง-เมืองลา | สิบสองปันนา | เชียงของ-หลวงพระบาง