• Advertisement

Moderator Control Panel ]

เรียนภาษาอังกฤษทุกที่ทุกเวลากับ Podcast&Listening Downloads

Online resources to practice English skills. บอร์ดนำเสนอเทคนิคและแหล่งข้อมูลการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง
  • Ads

เรียนภาษาอังกฤษทุกที่ทุกเวลากับ Podcast&Listening Downloads

โพสต์โดย Sam » ศุกร์ ส.ค. 07, 2009 4:29 pm

คุณเชื่อหรือไม่ว่าวันนี้เราสามารถเรียนและฝึกภาษาอังกฤษได้ทุกที่ทุกเวลา โดยใช้เครื่องมือเพียงสามอย่างเท่านั้น คือ
1. อินเตอร์เน็ต
2. คอมพิวเตอร์ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้
3. เครื่องเล่น mp3 หนึ่งเครื่อง หรือแม้แต่เครื่องโทรศัพท์มือถือที่สามารถเล่นไฟล์ mp3 หรือไฟล์ vdo ได้

สำหรับข้อที่ 1 และ 2 นั้น ไม่จำเป็นที่ต้องมีไว้ใช้เองส่วนตัวที่บ้านก็ได้ แต่สามารถใช้งานได้จากหลากหลายสถานที่ เช่น โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ที่ทำงาน หรืออินเตอร์เน็ตคาเฟ่ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าสามารถมีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตไว้ใช้เองที่บ้านก็จะเพิ่มความสะดวกได้ไม่น้อยทีเดียว

ผู้เขียนกำลังจะบอกเล่าถึง PODCAST ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่นำสื่ออินเตอร์เน็ตมาใช้ในรูปแบบของการสร้างสื่อให้ผู้คนทั่วโลกสามารถดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้ทุกที่ทุกเวลา และหนึ่งในคุณประโยชน์ของ PODCAST คือทำให้เราสามารถเรียนและฝึกภาษาอังกฤษได้ทุกที่ทุกเวลานั่นเอง ทีนี้เราก็จะมาดูกันว่า PODCAST คืออะไร และเราจะใช้ประโยชน์จาก PODCAST ในการใช้เรียนและฝึกภาษาอังกฤษได้อย่างไร โอเค...เริ่มกันเลย

PODCAST คืออะไร What is Podcast?

ตัวผู้เขียนเองได้ยินและได้เห็นคำว่า PODCAST ผ่านสื่อหลากหลายประเภท แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจอย่างจริงจังว่า PODCAST คืออะไร ผู้เขียนรู้เพียงแต่ว่าสามารถดาวน์โหลดไฟล์สื่อ (media) เช่นเพลงหรือวิดีโอจากผู้ให้บริการ PODCAST แล้วนำมาฟังหรือดูจากเครื่องเล่น mp3 เช่น เครื่อง IPOD เป็นต้น (ตัวผู้เขียนเองก็ยังไม่มีเครื่อง iPod ใช้เหมือนกัน แต่ใช้โทรศัพท์มือถือแทน) และด้วยความดังของเครื่องเล่น mp3 อย่าง IPOD และด้วยชื่อของ IPOD และคำว่า PODCAST ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันที่มีใช้คำว่า POD ร่วมกันอยู่นั้น ทำให้ผู้เขียนเข้าใจผิดคิดว่า PODCAST สร้างขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงกับอุปกรณ์ IPOD เท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เป็นอย่างที่ผู้เขียนเข้าใจเลย

PODCAST ย่อมาจากคำว่า P=personal หมายถึงส่วนบุคคล OD=on demand หมายถึงตามต้องการ และคำว่า CAST เป็นรูปย่อของคำเต็มว่า Broadcast=การนำหรือการสร้างสื่อออกอากาศ เช่น วิทยุหรือทีวี ทีนี้พอนำคำว่า POD และ CAST มารวมกัน เลยได้คำใหม่ว่า PODCAST คือการนำเสนอสื่อที่ทำขึ้นโดยลักษณะส่วนบุคคลแล้วกระจายสื่อด้วยระบบอินเตอร์เน็ตนั่นเอง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ คนอย่างเราๆท่านๆก็สามารถเป็นเจ้าของสื่อหรือเจ้าของสถานีที่สามารถผลิตรายการที่ตัวเองถนัดหรือตามที่ตลาดต้องการออกสู่สายตาประชาชนบนโลกอินเตอร์เน็ต จากนั้นผู้ชมทั้งหลายก็สามารถเข้ามาชมรายการที่ออกอากาศเมื่อใดก็ได้ที่พวกเขาต้องการด้วยการดาวน์โหลดรายการผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ด้วยซอฟแวร์ฟรีที่เรียกว่า PODCATCHER อย่างเช่น iTunes http://www.apple.com/itunes/ แล้วนำไปฟังหรือดูได้จากเครื่องเล่น mp3 หรือ media player ยี่ห้อใดก็ได้ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการสมัครเป็นสมาชิกสถานี PODCAST นั้นๆด้วยก็ได้

อ๋อ! PODCAST มีความหมายและที่มาที่ไปเป็นอย่างนี้นี่เอง

Lee LeFever อธิบายที่มาที่ไปของ PODCAST และการทำงานของ PODCAST ไว้น่าสนใจและง่ายต่อการเข้าใจ หรือที่ Lee กล่าวว่า "PODCAST in plain English" คือการอธิบายการทำงานของ PODCAST ด้วยภาษา(อังกฤษ)ที่เข้าใจได้ง่าย นั่นเอง ลองคลิ๊กไปชมกันได้



ด้วยความดังและความแพร่หลายของ PODCAST ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากมาย Lee LeFever แสดงทัศนะว่าทำไม PODCAST ถึงได้รับความนิยมไว้ 3 ประการ คือ
1. ใครๆ ก็สามารถก็สามารถสร้างสื่อ PODCAST ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือไฮเทค อย่างจานดาวเทียม สตูดิโอออกอากาศ เพียงแค่มีอุปกรณ์สองสามชิ้นอย่าง คอมพิวเตอร์ กล้องวิดีโอ แล้วก็อินเตอร์เน็ต ก็สามารถผลิตรายการ PODCAST ดีๆสักรายการหนึ่งได้แล้ว
2. PODCAST เปิดให้มีระบบการสมัครสมาชิก ซึ่งเอื้อให้ผู้ชมสามารถสมัครเป็นสมาชิกเวบ PODCAST ที่มีสื่อรายการที่ตัวเองมีความสนใจ แล้วใช้ซอฟแวร์ฟรี PODCATCHER อย่าง iTunes ช่วยดาวน์โหลดรายการใหม่ๆที่ผลิตออกมาได้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องรอว่าจะต้องติดตามความคืบหน้าของรายการนั้นๆตลอดเวลา เพราะ PODCATCHER จะเป็นตัวช่วยในการติดตามดาวน์โหลดรายการใหม่ๆที่ผลิตออกมาให้เอง
3. PODCAST เอื้อต่อการชมรายการได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยอรรถประโยชน์ของเครื่องเล่นไฟล์ media อย่าง mp3 หรือ vdo ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อใด ก็สามารถเล่นไฟล์ media ที่ดาวน์โหลดมาจากเวบผู้ให้บริการ PODCAST แล้วผู้ชมก็สามารถดูและฟังรายการที่ตนเองชื่นชอบได้ทุกที่ทุกเวลา นั่นเอง

ด้วยคุณสมบัติ 3 อย่างของ PODCAST จึงทำให้ผู้คนสนใจที่จะผลิตรายการของตนออกเผยแพร่ ออกสู่สายตาประชาชนบนโลกไซเบอร์ ให้ได้ชื่นชมผลงานของตนกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งถือได้ว่า PODCAST ได้เปิดโลกเสรีของการนำเสนอสื่อจริงๆ

แล้วเราจะใช้สื่ออย่าง PODCAST ในการช่วยฝึกภาษาอังกฤษได้อย่างไร How can we use PODCAST to help us learn English?

จากที่ได้ทราบที่มาที่ไปของ PODCAST กันไปแล้ว ถึงแม้ระบบอินเตอร์เน็ตจะเอื้อเสรีภาพในการสร้างสื่อ แต่เราในฐานะผู้บริโภคสื่อ จำเป็นที่จะต้องเลือกและบริโภคสื่อที่มีประโยชน์ หนึ่งในนั้นคือประโยชน์ที่เราสามารถใช้สื่อจาก PODCAST มาช่วยเราเรียนและฝึกภาษาอังกฤษนั่นเอง โดยเราสามารถใช้สื่อจาก PODCAST ในการช่วยฝึกภาษาอังกฤษของเราได้หลากหลายวิธีการและทักษะ เช่น

1. ช่วยทักษะการฟัง อย่างที่ทราบกันดีว่าการเรียนภาษาอังกฤษในบริบทเมืองไทยที่มีสภาพแวดล้อมให้เราได้ใช้ภาษาอังกฤษกันน้อยมากถึงน้อยที่สุด ดังนั้นผู้เรียนจำเป็นต้องสร้างสภาพแวดล้อมในการเรียนภาษาอังกฤษขึ้นมาเอง หนึ่งในวิธีการนั้นคือเข้าถึงสื่อภาษาอังกฤษให้ได้มากที่สุด ดังนั้น PODCAST จึงเอื้อโอกาศให้ผู้เรียนหรือผู้ที่สนใจภาษาอังกฤษได้เข้าถึงสื่อภาษาอังกฤษได้สะดวก ประหยัดเงิน และได้สื่อภาษาอังกฤษที่นำไปใช้งานได้จริง
2. ช่วยฝึกทักษะการอ่าน เนื่องจากเวบที่ให้บริการ PODCAST จะมีสื่อสองประเภทให้บริการควบคู่กันไปคือ 1) ไฟล์เสียงหรือไฟล์วิดีโอ และ 2) ไฟล์ text ซึ่งจะเป็น script คำพูดที่ถอดออกมาจากไฟล์เสียงนั้นๆ ดังนั้นเมื่อดาวนโหลดไฟล์เสียงมาฟัง ก็ควรดาวน์โหลดไฟล์ text มาอ่านด้วย เนื่องจากไฟล์ text จะช่วยส่งเสริมความเข้าใจเนื้อหาเมื่อต้องฟังไฟล์เสียงภาษาอังกฤษล้วนๆ
3. ผู้ให้บริการ PODCAST บางรายอาจมีแบบฝึกหัดประกอบไฟล์เนื้อเรื่องนั้นๆมาให้ด้วย ก็จะช่วยฝึกการทำความเข้าใจเนื้อหาในเรื่องที่ดาวน์โหลดมาฟังด้วยอีกทางหนึ่ง และถือเป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนสามารถปฏิบัติทุกอย่างได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่การเลือกสื่อ การบริโภคและทำความเข้าใจกับสื่อ และการนำภาษาที่ได้จากสื่อไปใช้งานได้จริง
4. ส่วนทักษะการเขียนและทักษะการพูดนั้น เป็นส่วนต่อเนื่อง ที่ผู้เรียนสามารถนำไปฝึกต่อได้ด้วยตัวเองด้วย อย่างเช่น ฝึกเขียนสรุปความเข้าใจเกี่ยวกับสื่อที่ได้ฟัง หรือนำเนื้อหาจากเรื่องที่ฟังจาก PODCAST ไปพูดคุยกับเพื่อนด้วยภาษาอังกฤษ หรือพูดสรุปด้วยตัวเองให้ตัวเองฟังเป็นภาษากฤษ เป็นต้น กิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ ขึ้นอยู่กับผู้เรียนจะสร้างสรรค์การเรียนรู้ให้กับตนเอง

ทีนี้เรามาถึงหัวข้อที่ว่า แล้วเราจะหาผู้ให้บริการ PODCAST ได้อย่างไร How can we find PODCAST on the NET?

มีผู้ให้บริการ PODCAST มากมายหลายผู้ผลิตและผู้นำมาเผยแพร่ต่อ เราสามารถที่จะใช้ประโยชน์จาก Google.com เพื่อช่วยเราในการค้นหารายการจาก PODCAST ให้ตรงกับที่เราต้องการ ยกตัวอย่างเช่น เราใช้คำค้นว่า “Learn English Podcast” จะได้ผลลัพธ์จากคำค้นนี้มากมายที่เป็นผู้ให้บริการ PODCAST มีทั้งนายทุนรายใหญ่ และนายทุนรายย่อยที่ใช้ทุนตัวเองในการดำเนินการเวบให้บริการ PODCAST หรือแม้แต่ผู้นำรายงานที่ผู้อื่นผลิตมาเผยแพร่ต่อ

ทีนี้ ก็เป็นหน้าที่ของเรา ในฐานะผู้บริโภคสื่อในการเลือกสื่อที่เป็นประโยชน์ และตรงกับวัตถุประสงค์ที่เราต้องการ นั่นก็คือ เพื่อจุดประสงค์ในการฝึกภาษาอังกฤษ จากรายการค้นหาที่ได้จาก google.com ที่ผู้เขียนหยิบมานำเสนอ คือเวบ PODCAST ของ British Council รูปภาพรูปภาพ(http://learnenglish.britishcouncil.org/en/elementary-podcasts) ซึ่งนอกจากจะมีสื่อให้ดาวน์โหลดไปฟังได้แล้วนั้น ยังมีไฟล์ PDF ที่เป็น script ของเสียงพูดในไฟล์ mp3 ให้โหลดไปอ่านขณะฟังสื่อจาก PODCAST ด้วย ซึ่งก็จะช่วยเสริมทักษะการฟังพร้อมกับการอ่านไปด้วยพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีแบบฝึกหัดเล็กๆ ที่อยู่ในไฟล์ script อีกด้วย คำถามก็จะถามความเข้าใจเกี่ยวกับรายการที่ดาวน์โหลดไปฟังอีกด้วย เรียกได้ว่าฟังรายการ 1 รายการ สามารถฝึกทักษะภาษาอังกฤษได้เกือบครบทุกทักษะเลยก็ว่าได้

ยกตัวอย่างหัวข้อของรายการ PODCAST ของเวบ British Council เรื่อง The Future of English ซึ่งนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่องราวความสำคัญของภาษาอังกฤษและสถานะของภาษาอังกฤษในอนาคตต่อผู้คนในยุคโลกาภิวัตน์

คลิ๊กฟังกันดูได้

และพร้อมกับ text ที่มาพร้อมกับไฟล์เสียงปาฐกถาของ ศาสตราจารย์ แม็คเคนซี ที่พูดถึงเรื่องอนาคตของภาษาอังกฤษ The Future of English พร้อมกับคำถามประกอบเป็นแบบฝึกหัดเล็กๆให้ด้วยขณะอ่านและฟัง media โดยมีคำตอบเฉลยอยู่ตอนท้ายของ text

LearnEnglish Professionals FUTURE OF ENGLISH AUDIOSCRIPT http://www.britishcouncil.org/professionals.htm © The British Council, 2007

Listen to the controversial Linguistics expert Professor McKenzie talking about the future of the English language.

ส่วนนี้จะเป็นคำถามประกอบการฟังและการอ่าน text Optional exercise
Decide whether these statements are TRUE or FALSE according to Professor McKenzie.
1. If you do not know English you can be at a disadvantage.
2. English will soon be spoken by everybody in the World.
3. By 2010 half the World’s population will speak English.
4. Competitors at the Eurovision Song Contest will never be unanimous in choosing to sing in English.
5. Native English and Majority English will become the two predominant types of English.
(Answers below)

For many years now we have been referring to English as a global language, as the language of communication and technology. Everybody seems to be learning English and it isn’t uncommon to see English being used as a means of communication between, let’s see, a German scientist and an Italian politician. These days, if you don’t know English, you are in danger of being excluded from what’s going on in education, at work and especially in the world of technological advances.

Very soon English will be the second language of all the people in the world. This is happening while I am speaking to you. We can’t be certain of how long the process will take but there is no doubt that it will happen and my bet is that it will happen sooner rather than later.

First of all English will be an obligatory subject on every school curriculum throughout the world. By the year 2010 around two billion people that’s about a third of the World’s population will speak English as their second language. This isn’t my prediction by the way. This is what the experts say. We can see evidence of these changes all the time.

Let’s take the Eurovision Song Contest as an example. Whatever we might think of the contest itself, one thing that has changed recently is that now countries can opt to sing in English. In the last festival fourteen of the twentyfive competing countries asked for the rules to be changed to allow them to sing in English. They argued that singing in their own language would put them at a disadvantage. I suspect that in a few years time all twentyfive countries will be singing in English.

And what exactly does all of this mean for native speakers of English? Well, we are already in a minority. If the calculations are correct, then in ten years time, majority speakers that is nonnative English speakers will outnumber native English speakers by four to one. The two most important Englishes won’t be British English and American English. They’ll be Native English and Majority English. So native English speakers will be handicapped. We will be the only people in the world who speak just one language. Because, let’s face it, there won’t be much of a reason for native English speakers to learn a second language. We, and not the majority English speakers, will be the disadvantaged.

As more and more people speak English, it makes sense that they will become more competent. They will start to control more of the English resources being produced and to have a say in what should or shouldn’t be included in dictionaries and language books. This might seem far fetched but it is already starting to happen.

Let’s use Sweden as an example. Their music exports predominantly English account for more than thirty percent of their export income. This exported English is bound to have an effect on English in general. And this is just one small example.

So all of you native English speakers out there, get ready to throw away your phrase books. Whether you’re planning to visit Eastern Europe or the Himalayas, one thing you won’t have to worry about is the language!

Answers to the exercise:
1. True, 2. True, 3. False, 4. False, 5. True


เวบ PODCAST ของ British Council มีรายการน่าสนใจให้ฟังหลายรายการ เริ่มต้นฟังจากเรื่องง่ายๆ สั้นๆ ไปหาเรื่องยาวๆ ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธสำหรับผู้เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ

สรุป ผู้เขียนได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ PODCAST และวิธีการค้นหาสื่อ PODCAST และการที่เราสามารถใช้คุณประโยชน์จาก PODCAST เป็นสื่อในการเรียนและฝึกภาษาอังกฤษของเราได้ทุกที่ทุกเวลา

ขอให้สนุกกับการฝึกภาษาอังกฤษด้วยสื่อภาษาอังกฤษจากระบบ PODCAST
สวัสดีครับ


Sam
Site Admin
 
โพสต์: 1786
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ มี.ค. 11, 2007 9:03 pm
ที่อยู่: เชียงราย

ย้อนกลับไปยัง English Learning Tips: แหล่งเรียนรู้บนเน็ตฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron

185/8 หมู่ 4 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย 57100
โทร. 081-8854644 (หนุ่ย) E-mail: booking@ichiangrai.com Website: www.ichiangrai.com
จองโรงแรมเชียงราย | ทัวร์เชียงรายเช่ารถตู้เชียงราย | เชียงตุง-เมืองลา | สิบสองปันนา | เชียงของ-หลวงพระบาง