• Advertisement

Moderator Control Panel ]

ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองโดยเทคนิค 30-30 กับ Torsten

Online resources to practice English skills. บอร์ดนำเสนอเทคนิคและแหล่งข้อมูลการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง
  • Ads

ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองโดยเทคนิค 30-30 กับ Torsten

โพสต์โดย Sam » อังคาร ก.ค. 14, 2009 9:30 am

เรื่องของเรื่องคือ วันหนึ่งของการท่องเวบแวะไปเจอเวบ www.english-test.net เมื่อเข้าไปชมแล้วพบว่า เวบนี้มีของฟรีให้ใช้งานได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสื่อสำหรับการฝึกทักษะการฟัง พร้อมฝึกทำข้อสอบมาตรฐานทั้งหลายยี่ห้อ เช่น TOEIC TOEFL IELTS ฯลฯ ใครก็สามารถเข้าไปอ่านและลองเล่น ลองโหลด ของฟรีมาใช้ฝึกภาษาอังกฤษกันได้ตามสะดวก อีกแล้ว คลิ๊ก http://www.english-test.net

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าเวบ English-test.net แล้วอาจจะพบว่าเนื้อหาของเวบไซต์เป็นภาษาอังกฤษ 99% ที่เหลือเป็นเนื้อหาภาษาอื่นๆนิดหน่อย ซึ่งไม่ใช่ภาษาในแถบเมืองไทยบ้านเราเป็นแน่ ดังนั้น บทความนี้จะนำเสนอเกร็ดความรู้และเทคนิคบางอย่างที่เราสามารถหยิบเนื้อหาที่มีประโยชน์และนำมาฝึกใช้งานกันได้อย่างง่ายๆ จากเวบ English-test.net โดยพยายามที่จะลดความยุ่งยากต่างๆ ลงไปให้ได้มากที่สุด

Torsten ผู้ก่อตั้งเวบไซต์ English-test.net และทำงานอยู่ในวงการการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศเยอรมันนีได้ทำเวบไซต์นี้ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนภาษาอังกฤษมีช่องทางการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มเติมจากการเรียนในห้องเรียน หรือผู้เรียนบางรายอาจใช้ช่องทางนี้เป็นช่องทางหลักในการเรียนภาษาอังกฤษเลยก็ยังได้ โดยไม่ต้องพึ่งการเข้าชั้นเรียน เป็นต้น แต่อย่างไร็ตาม ผู้เขียนมีความเห็นว่า การเรียนรู้ทั้งสองรูปแบบต่างเกื้อกูลกันได้มากกว่าที่จะบอกว่าอย่างไหนดีกว่า เนื่องจากการเรียนรู้ทั้งสองรูปแบบต่างก็สมประโยชน์กับวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน แต่สามารถเกื้อกูลกันได้เพื่อประสิทธิผลการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามความต้องการของผู้เรียน

ขอเกริ่นนำนิดหน่อยเกี่ยวกับประเทศเยอรมันนี เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเวบ English-test.net บริบทการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศเยอรมัน เมื่ออ่านจากข้อมูลต่างๆ ดูแล้ว (ผู้เขียนไม่เคยไปประเทศเยอรมัน) ผู้เขียนเข้าใจว่าคงคล้ายคลึงกันบริบทการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในเมืองไทย เนื่องจากประเทศเยอรมันใช้ภาษาแม่เป็นภาษาหลักราชการคือภาษาเยอรมัน ส่วนภาษาอังกฤษเรียนเป็นภาษาที่สอง ดังนั้น ปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศเยอรมันคงจะคล้ายๆกับของประเทศไทย แต่ประเทศเยอรมันย่อมมีข้อได้เปรียบประเทศไทยอยู่หลายประการ เช่น ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่อยู่ในกลุ่มประเทศยุโรปหรือ EU ย่อมมีคนเดินทางจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งในแถบยุโรปด้วยกันมาก และภาษาต่างประเทศที่ใช้คงจะไม่พ้นใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการสื่อสาร ดังนั้น ลักษณะบริบทที่เอื้อต่อการใช้ภาษาอังกฤษย่อมมีมากกว่า หนาแน่นกว่า และกว้างขวางกว่าเมืองไทย นอกจากนี้ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของ EU ยังส่งผลในเรื่องของการแลกเปลี่ยนทางด้านความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ซึ่งแน่นอนย่อมส่งเสริมการเดินทางระหว่างประเทศมากกว่าของไทยเป็นแน่ อีกประการหนึ่งคือ ลักษณะของภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษมีความใกล้เคียงกัน เนื่องจากภาษาทั้งสองมีบรรพบุรุษเป็นต้นกำเนิดภาษาจากกลุ่มเดียวกัน นั่นคือ Proto-Germanic ดังนั้น การเรียนรู้ภาษาที่มีรากมาจากที่เดียวกันย่อมเอื้อประโยชน์ต่อการเรียนรู้ภาษาใหม่ที่อยู่ในรากเดียวกันแน่นอน ดังนั้นคนเยอรมันย่อมได้เปรียบคนไทยในประเด็นภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษที่มีบรรพบุรุษคนเดียวกัน โดยที่ภาษาอังกฤษและภาษาไทย ไม่ได้มีบรรพบุรุษคนเดียวกัน ดังนั้น คนไทยจึงพบกับความยุ่งยากในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษมากกว่าคนเยอรมัน อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ เป็นเพียงข้อสรุปพื้นฐานจากปัจจัยเรื่องรากของภาษาเท่านั้น การเรียนรู้ภาษายังมีองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากมาย เช่น แรงจูงใจ ลักษณะการเรียนรู้ของบุคคล กลยุทธในการเรียนรู้ เป็นต้น ตัวอย่างภาษาที่อยู่ในกระกูลเดียวกับภาษาไทยของเราที่เรียกว่าภาษาในตระกูล ไท-กระได (Tai Kra-Dai) เช่น ภาษาลาว ดูตัวอย่างตามภาพ

รูปภาพ

เมื่ออ่านป้ายร้านขายผ้าไหม โดยเราไม่จำเป็นต้องไปเริ่มต้นเรียนภาษาลาว เราก็สามารถอ่านได้เข้าใจว่า ร้านขายผ้าไหมร้านนี้ชื่อ "ร้านผ้าไหม ลายลาว" เป็นต้น กฏนี้โดยพื้นฐานแล้วสามารถใช้ได้กับภาษาในตระกูลอื่นๆเช่นกัน ดังนั้น ถ้าให้คนไทยไปเรียนภาษาลาว เราคงไม่ต้องใช้พลังเยอะเหมือนกับการเรียนภาษาอังกฤษ แต่อย่างไรก็ตาม การเรียนภาษาใหม่ ย่อมไม่ใช่ของง่ายแน่นอน เพราะระดับความรู้ของภาษานั้นมีหลายระดับ และองค์ประกอบที่ควรเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับภาษามีมากมาย เริ่มตั้งแต่ องค์ประกอบของตัวภาษาอย่าง ตัวอักษร การออกเสียง การร้อยเรียงตัวอักษรและเสียงให้ออกมาเป็นรูปประโยคที่สามารถสื่อสารให้เข้าใจได้ หรือแม้แต่องค์ประกอบที่อยู่นอกเหนือโครงสร้างทางภาษา เช่น สังคมและวัฒนธรรม เป็นต้น

เออ! เกริ่นนิดเดียวเอาซะยาวเชียว แล้วเกี่ยวอะไรกับ เทคนิค 30/30 ในการเรียนภาษาอังกฤษเนี่ย อ่ะ...ไม่เป็นไรได้ทบทวนความรู้เกี่ยวประชากรในกลุ่มภาษา (language family) กันนิดหน่อยพอเป็นยาขม :wink:

โอเค! เข้าเรื่อง เทคนิค 30/30 โดย Torsten บอกว่า การเรียนรู้คือการปฏิบัติ หลักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้ประสพความสำเร็จมีอยู่เพียง 1 อย่าง คือ ฝึก ฝึก แล้วก็ฝึก เหมือนกับการเล่นกีฬา ถ้าอยากเก่งก็ต้องฝึกหนัก ว่าอย่างนั้น แต่เค้าเสนอแนะวิธีในการฝึกฝนภาษาอังกฤษด้วยการ 1) ทำให้เป็นนิสัย คืออะไรก็ตามที่เราทำเป็นนิสัยจนเคยชินจะทำให้เราเรียนรู้จนมีความชำนาญโดยอัตโนมัติ ***ส่วนจะได้ระดับความชำนาญเรื่องใด เนื้อหาใด ทฤษฎีใด ไปว่ากันในรายละเอียด*** 2) สร้างสภาพแวดล้อมภาษาอังกฤษของตัวเองขึ้นมา คือในเมื่อสภาพแวดล้อมรอบตัวของเราไม่เอื้อต่อการเรียนภาษาอังกฤษ เราก็ต้องสร้างมันขึ้นมาเอง หรือไม่อย่างนั้นก็ไปหาประสบการณ์จริงกับสภาพแวดล้อมนั้นเลย เช่น การไปเรียนภาษาในประเทศเจ้าของหรือใช้ภาษานั้นเยอะๆ เป็นต้น

Torsten แนะนำวิธีการ 30/30 ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการที่จะทำให้เราได้ปรับนิสัยให้เรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างสม่ำเสมอ และพร้อมกันนั้นก็สร้างสภาพแวดล้อมภาษาอังกฤษให้อยู่รอบๆตัวเราตลอดเวลา ไว้ดังนี้ คือ
# Listen to an authentic English audio resource for 15 minutes in the morning and again 15 minutes in the afternoon/evening.
ให้ฝึกฟังเสียงภาษาอังกฤษแบบที่คนใช้กันในสถานการณ์จริงๆ ไม่ใช่เสียงที่ปรับแต่งแล้วอย่างเช่นที่นำมาใช้ในแบบเรียนต่างๆ เป็นต้น โดยฟังตอนเช้า 15 นาที และฟังตอนบ่ายหรือเย็นอีก 15 นาที รวมเป็น 30 นาที แล้ว...ฟังแล้วทำไงต่อ

Torsten บอกว่า ฟังเสร็จแล้วก็ให้เข้าไปคุยใน Forum ของเวบเค้า http://www.english-test.net/forum/ ก็ไปพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนภาษาอังกฤษกับผู้เรียนภาษาอังกฤษผ่านเน็ตด้วยกันทั่วโลก ด้วยการเขียนรายงานย่อเล็กๆว่าเราได้ไปฟังอะไรมา ฟังแล้วเข้าใจอะไรมากน้อยขนาดไหน ติดปัญหาอะไร โดยใน forum นอกจากจะให้เขียนตอบกระทู้แล้ว ยังมีให้อัดเสียงพูดภาษาอังกฤษของเราเข้าเวบบอร์ดได้ด้วย (http://www.english-test.net/images/forum/) แล้วให้คนอื่นมาช่วยคอมเม้นท์หรือแสดงความคิดเห็น ก็เป็นแนวคิดที่ดีของ English-test.net ที่สร้างสังคมผู้เรียนออนไลน์จากคนหลากหลายภาษาและชนชาติที่ต่างมาแชร์ประสบการณ์ร่วมกันคือ การเรียนภาษาอังกฤษผ่านเน็ต

จากนั้น Torsten บอกว่า ให้ฟังอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 30 วัน (วันละ 30 นาที) ถ้าวันไหนลืมหรือไม่ได้ฟังและไม่ได้ทำกิจกรรมคือเข้าเวบบอร์ดมารายงานว่าฟังอะไรไปแล้วบ้าง ต้องกลับไปเริ่มใหม่ตั้งแต่วันที่ 1

เอ้า! แล้ว English audio ไปเอามาฟังได้จากไหน Torsten บอกว่าเสียง English audio มีให้ฟังได้มากมายบนเน็ต จะเป็นข่าว BBC CNN หรือให้เข้าไปเวบ English-test.net แล้วเริ่มต้นด้วยการฟังบทสนทนาสั้นๆ หรือบทความสั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น ลิ้งนี้ซึ่งมีไฟล์เสียงให้ฟังและมี text ให้อ่านตามไปด้วย English audio course: Introduction เนื้อหาก็น่าสนใจและแบ่งเป็นตอนๆ ตามลิ้งด้านซ้ายมือ หรือจะตามไปดาวน์โหลดไฟล์เสียงภาษาอังกฤษจากบล็อกของคุณพิพัฒน์ก็ได้ http://www.e4thai.com มีให้โหลดกันเพียบ (ส่วนการดาวน์โหลดไฟล์เสียงจากเวบ คลิ๊กอ่านบทความสอนวิธีโหลด clip ด้วย Firefox+DownloadHelper

เมื่อนำไฟล์เสียงเหล่านั้นมาฟัง ก็ทำตามที่ Torsten บอก ฟังแล้วตอบตัวเองว่าเข้าใจมากน้อยขนาดไหน โดยเริ่มต้นฟังครั้งแรกอาจจะไม่เข้าหู แต่ฟังบ่อยๆ ก็จะเริ่มจับความได้บ้างว่าพูดเกี่ยวกับเรื่องอะไร โดยเฉพาะไฟล์เสียงที่มี text ให้อ่านด้วยจะช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาการฟังได้มาขึ้น

โอ้ว! ว่าซะยาวเลย ขอจบบทความสำหรับ เทคนิคการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองเทคนิค 30/30 เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง เท่านี้ก่อนละกัน เดี๋ยวจะยาวเกิน หัวใจสำคัญของกิจกรรมนี้คือ
1. ฟังเสียงภาษาอังกฤษที่เป็นเสียงแท้ (authentic English audio) คำว่า authentic นี่ตีความหมายยาก แต่ในเวบ English-test.net ก็ถือได้ว่า authentic ระดับหนึ่ง
2. ฟังแล้วนำมาเล่าประสบการณ์การฟังด้วยการตั้งกระทู้ในเวบบอร์ดของ English-test.net จะได้ฝึกการเขียน
3. การฟังเสียง English audio ใดๆ ครั้งแรกอาจมีปัญหาฟังไม่รู้เรื่อง แต่มีเทคนิคคือ ก่อนฟังให้อ่าน text ตามไปด้วย (ไปโหลดไฟเสียงที่มี text ให้อ่านด้วยมาฟัง) หรือ จะฟังไปด้วยอ่านตามไปด้วยก็ได้ โดยตั้งคำถามง่ายๆ ก่อนฟังเสียงหรือก่อนอ่าน text ว่า เสียงที่เราจะฟังหรือ text ที่เราจะอ่านพูดถึงเรื่องอะไร ตรงนี้ เราก็จะได้ฝึกทั้งทักษะการอ่านและการฟัง
4. ถ้าเขียนตอบกระทู้จนคล่องแล้วอยากลองพูดแสดงความคิดเห็นแทนการเขียนตอบกระทู้ ใน English-test.net ก็มีฟังชั่นตอบกระทู้ด้วยการอัดเสียงลงกระทู้ได้ ตรงนี้ก็จะได้ฝึกทั้งทักษะการพูด ฟังเสียงคนอื่น และอ่านกระทู้ของคนอื่น และการเขียนตอบกระทู้ของคนอื่น (สำหรับการใช้คอมพ์อัดเสียงผู้เขียนนำเสนอบทความไว้ ฝึกสำเนียงภาษาอังกฤษด้วยตัวเองกับโปรแกรมอัดเสียง Audacityฟรี)

ท้ายสุดนี้ ขอให้ทุกท่านที่ต้องการฝึกฝนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ปฏิบัติให้ได้สำหรับเทคนิคการฟังเสียงภาษาอังกฤษ 30/30 ตามที่ Torsten ได้ให้คำแนะนำไว้ และใช้ประโยชน์จากสื่อออนไลน์อย่าง English-test.net ให้เกิดผลสัมฤทธิ์กับการฝึกภาษาอังกฤษของท่าน โดย Torsten กล่าวว่า ท่านพร้อมที่จะท้าทายตัวเองหรือยัง แล้วให้โอกาสตัวเองได้ลงมือทำ ไม่มีอะไรต้องเสียนี่ แถมยังได้ประสบการณ์ใหม่ๆ อีกเพียบ

Are you up for a challenge? Just bear in mind that if you don't participate in this experiment, then another month will go by without you having made any commitment to your English whatsoever. So, what have you got to lose? Give it a try.


ตอนต่อไปจะมาแนะนำวิธีการใช้งานเวบบอร์ดของ English-test.net และการอัดเสียงเข้าเวบบอร์ด ลองเข้าไปฟังเสียงของคนอื่นดูบ้างก็ได้ จะได้ไอเดียว่ายังมีคนที่ต้องการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเหมือนเราๆท่านๆอีกเยอะบนโลกใบนี้

เอื้อเฟื้อข้อมูล: http://www.english-test.net และ http://www.wikipedia.org
เอื้อเฟื้อภาพ: http://www.chiangraiphotoclub.com


Sam
Site Admin
 
โพสต์: 1786
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ มี.ค. 11, 2007 9:03 pm
ที่อยู่: เชียงราย

ย้อนกลับไปยัง English Learning Tips: แหล่งเรียนรู้บนเน็ตฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron

185/8 หมู่ 4 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย 57100
โทร. 081-8854644 (หนุ่ย) E-mail: booking@ichiangrai.com Website: www.ichiangrai.com
จองโรงแรมเชียงราย | ทัวร์เชียงรายเช่ารถตู้เชียงราย | เชียงตุง-เมืองลา | สิบสองปันนา | เชียงของ-หลวงพระบาง